Editor’s Talk on Stage 2 ปรากฏการณ์รวมตัว บก.นวนิยาย
2017-05-07 22:55:45

 

 

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับกิจกรรม Editor’s Talk on Stage ซึ่งเชื้อเชิญบรรณาธิการฝีมือดีระดับแถวหน้าของเมืองไทย มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดประสบการณ์แนวคิดของตัวเอง มาครั้งนี้ชมรมบรรณาธิการไทย ภายใต้การนำของ วิทยา ร่ำรวย จึงตัดสินใจจัดกิจกรรมเป็นครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนำเสนอในธีมของบรรณาธิการนิยาย เพราะเล็งเห็นแล้วว่า นวนิยายมีสัดส่วนการตลาดมากที่สุดของวงการหนังสือ และที่ผ่านมาก็มีคนรุ่นใหม่อยากจะเข้ามาสู่วงการนักเขียนนิยายมากขึ้น

 

จากการสนทนาของ 10 นักเขียนและบรรณาธิการ ประกอบด้วย ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, นรีภพ สวัสดิรักษ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสารสกุลไทย, ปาริฉัตร ศาลิคุปต์ (กิ่งฉัตร) นักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ลูกองุ่น, การบูร สุขวิไลธารา บรรณาธิการสำนักพิมพ์บางรัก, ปรมัตถกร ปรเมธีกุล บรรณาธิการอิสระ, ศศกร วัฒนาสุทธิวงศ์ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และบรรณาธิการสำนักพิมพ์แจ่มใส, อรรถ บุนนาค ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการสำนักพิมพ์ JLIT, ดวงกมล บุญรอด บรรณาธิการอิสระ, ศิริเพ็ญ อารีนุกูล บรรณาธิการสำนักพิมพ์นาบู และอตินุช อสีปัญญา บรรณาธิการนิยาย เว็บไซต์เด็กดีดอทคอม

 

ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า บรรณาธิการยังมีบทบาทสำคัญมากในฐานะผู้กลั่นกรองและผู้ชี้แนะการทำงานของนักเขียนให้ออกมามีประสิทธิภาพที่สุด แม้ว่ายุคสมัยของรูปแบบการนำเสนองานจะเปลี่ยนแปลงจากโลกกระดาษไปสู่โลกออนไลน์ก็ตาม ความท้าทายเวลานี้คือการปรับตัวของบรรณาธิการจึงจะสามารถหยัดยืนบนโลกธุรกิจได้

 

การบูร บก.สำนักพิมพ์บางรัก ยกตัวอย่างภาพหนึ่งที่ชัดเจนให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยทำอีบุ๊ก ซึ่งรวบรวมนักเขียนรุ่นใหม่แถวหน้า 20 ชีวิต แต่ผลปรากฏว่ายอดขายต่ำมาก เหตุผลหนึ่งก็พบว่าสมัยนี้ลักษณะการเสพงานของนักอ่านนั้นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพราะคนไม่อ่านหนังสือ แต่เพราะคนไม่รอที่จะอ่านนิยายเป็นสัปดาห์หรือปักษ์อีกแล้ว เนื่องจากสมัยนี้ทุกคนสามารถอ่านงานเร็วขึ้น บางเรื่องสามารถอ่านตอนได้ในระยะเวลาไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือนักเขียนรุ่นใหม่นั้นให้ความสำคัญกับบรรณาธิการเปลี่ยนไป เพราะหลายคนก็มองว่าตนเองก็สามารถเติบโตขึ้นมาได้โดยไม่ผ่านระบบบรรณาธิการ

 

ด้วยเหตุนี้หน้าที่ของบรรณาการจึงต้องเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการชี้แนะแนวทางที่เหมาะสม เช่น การต่อยอดผลงานเป็นหนังสือรวมเล่ม การแนะนำสำนักพิมพ์ที่เหมาะสมกับผลงานชิ้นนั้น คำถามสำคัญคือ เมื่อระบบเช่นนี้ โอกาสที่ผลงานที่ออกมาจะคุณภาพนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ สิ่งหนึ่งที่เหล่าบรรณาธิการหลายคนมองตรงกันก็คือ คุณภาพเป็นสิ่งจำเป็น

 

ชมัยภร ศิลปินแห่งชาติย้ำว่า บรรณาธิการจะต้องมีความรอบรู้ เพื่อจะจัดการเนื้อหาอย่างเหมาะสม และช่วยคัดกรองข้อมูลต่างๆ ซึ่งนักเขียนอาจจะมองข้ามหรือไม่มีความรู้ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ควรจะเป็น ที่สำคัญ งานเหล่านั้นควรจะต้องมีสาระและให้อะไรกับผู้อ่าน

 

นรีภพ บก.บห.นิตยสารสกุลไทย ยกตัวอย่างว่า ผลงานที่ยังตราตรึงคนอ่านควรจะจุดประกายหรือสร้างแรงดลใจแก่ผู้เสพ บางครั้งอาจจะเป็นเพียงถ้อยคำหนึ่งในเรื่องก็ได้ อย่างเช่น ว่า ‘ไม่มีใครได้ทุกอย่างดังใจหวัง และไม่มีใครพลาดหวังทุกครั้งไป’ จากเรื่อง ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุนของประภัสสร เสวิกุล ซึ่งเป็นประโยคที่สร้างกำลังใจให้แก่ผู้อ่าน

 

แต่พร้อมกัน การทำงานก็ต้องมีสมดุลกับระบบตลาดที่เป็นอยู่ด้วย เพราะอย่างที่ ศิริเพ็ญ บก.สำนักพิมพ์นาบู กล่าวว่า การลงทุนพิมพ์หนังสือนั้นมีต้นทุนอยู่ ทั้งค่าเรื่อง ค่าบรรณาธิการ ค่าจัดการ ค่ากระดาษ และค่าใช้จ่ายจิปาถะ เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์งานไปแล้ว โอกาสที่จะได้ตามเป้ามีไม่มากก็ไม่คุ้มที่จะลงทุน หรือนักเขียนอาจจะต้องลงทุนด้วยตนเอง แล้วนำไปจำหน่ายในลักษณะหนังสือทำมือก็ได้

 

เพราะฉะนั้นต่อไปในอนาคต บรรณาธิการเองจะต้องสั่งสมประสบการณ์และเรียนรู้ตลาดอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตลาดเสพอะไร ที่สำคัญคืออย่าดูถูกกลุ่มนักอ่าน บางคนอาจจะรู้สึกว่าเด็กยุคใหม่ไม่อ่านวรรณกรรมที่อ่านยาก หรือวรรณกรรมยาวๆ แต่ความจริงแล้ว หากเรื่องนั้นมีตรงกับจริตและความสนใจของช่วงวัยพอดี หรืออาจจะมีกระแสสังคมเข้ามาช่วย เช่น ช่วงปลายปี 2559 เกิดกระแสจินยองอ่าน ทำให้หลายๆ สำนักพิมพ์ขายดี เช่น สำนักพิมพ์ JLIT ซึ่งผลิตวรรณกรรมคลาสสิกของญี่ปุ่น โอกาสที่เด็กรุ่นใหม่จะเปิดรับงานดีๆ ก็มีสูงเช่นกัน

 

จึงอาจจะกล่าวได้ว่า บรรณาธิการเองยังถือเป็นกลไกสำคัญของงานหนังสืออยู่ แต่ขณะเดียวกันก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดมิติการทำงานของตัวเองให้กว้างขึ้น และมองโลกในมุมที่เป็นจริงมากขึ้น เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์งานต่อไปได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

< Jun 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526
27
282930