นิยายวายในมุมมองของ ศิริเพ็ญ อารีนุกูล
2017-06-05 05:19:26

 

 

นิยายวาย หรือนิยายที่ตัวเอกเป็นผู้ชายกับผู้ชาย หรือผู้หญิงกับผู้หญิงมีความสัมพันธ์กัน ถือเป็นตลาดหนังสือที่กลุ่มผู้อ่านชัดเจน และค่อนข้างแข็งแรงพอสมควร แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่เฉพาะกลุ่มมากๆ หลายคนอาจจะคิดว่านิยายประเภทนี้จะต้องมีฉากโป๊เปลือย ลามกอนาจาร และไร้ศีลธรรมอย่างแน่นอน แม้จะไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเองมาก่อน นี่อาจจะเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเท่าใดนัก ดังนั้น ชมรมบรรณาธิการไทยจึงได้เรียนเชิญต้นตำรับของสำนักพิมพ์ที่ผลิตนิยายประเภทนี้มายาวนาน อย่าง ศิริเพ็ญ อารีนุกูล บรรณาธิการสำนักพิมพ์นาบู มาร่วมพูดคุยในกิจกรรม Editor’s Talk on Stage ครั้งที่ 2 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้เห็นภาพการรังสรรค์นิยายวายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

สำนักพิมพ์นาบู เริ่มต้นเมื่อปี 2549 จากกลุ่มนักศึกษาที่นิยมอ่านนิยายวาย แต่ว่าการหาซื้อนิยายกลุ่มนี้อ่านในประเทศไทยยากมาก และคุณภาพตัวรูปเล่มก็ไม่ดี เพราะโรงพิมพ์สมัยก่อนไม่รับพิมพ์จำนวนที่น้อย ดังนั้นกลุ่มจึงอยากผลิตงานเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว และอยากเผยแพร่นิยายดีๆ ไปสู่สาธารณชนด้วย ซึ่งการทำในระยะแรกเป็นลักษณะงานอดิเรก แต่พอออกมาสักพักก็รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนเป็นอาชีพและทำให้วงการนิยายประเภทนี้เติบโตมากขึ้น ทุกคนจึงออกจากงานประจำและทำสำนักพิมพ์เต็มตัว ที่มาของนิยายที่สำนักพิมพ์นาบูตีพิมพ์มาจากเว็บเด็กดีเป็นหลัก โดยบรรณาธิการที่เข้ามาทำงานจะเน้นบุคคลที่มีความสนใจและเข้าใจในนิยายวายเป็นอย่างดี และสามารถจับกระแสได้ว่างานที่ไปออกสามารถสื่อสารกับคนอ่านได้หรือไม่ เป็นการสร้างสมดุลระหว่างรสนิยมส่วนตัวกับรสนิยมของตลาด แต่ก็ต้องไม่ละเมิดขอบเขตศีลธรรมของสังคมไทย

 

“นิยายของนาบูจะไม่มีฉากข่มขืน ซึ่งมีอยู่ในนิยายบางเล่มโดยเฉพาะสายโรแมนซ์ แต่เราไม่ยอมรับกฎนี้ เพราะเราไม่อยากให้สังคมบิดเบี้ยว เราควรส่งต่อสิ่งที่ดีไปสู่สังคม เพราะกลุ่มตลาดของเราคือวัยรุ่นตอนต้นจนถึงวัยรุ่นตอนปลายจนกระทั่งคนทำงานแล้ว ถ้าเราป้อนสิ่งที่ไม่ดี ป้อนยาพิษให้เขาเยอะๆ สุดท้ายเราก็จะได้คนแบบนั้นกลับมาในสังคม เราอยากให้สังคมเป็นอย่างไร เราก็จะส่งนิยายของเราไปแบบนั้น”

 

สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับวงการนิยายวายคือนักเขียนหลายคนก็มีประสบการณ์ชีวิตที่น้อย จึงไม่มีทุนเพียงพอที่จะสร้างสรรค์งานดูอลังการ ส่วนใหญ่ก็จะนำฉากจากละครหรือภาพยนตร์มาต่อยอด ซึ่งทำให้ต้นฉบับที่ออกมาดูแปลกๆ ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีเหมือนกันในการดึงดูดความสนใจของคนอ่าน “เด็กๆ ส่วนใหญ่จะอยู่กับเราไม่ค่อยนาน เพราะเขาเข้าสู่โลกจริงก็จะเริ่มไฟหมด แรงหมด แต่คนที่อยู่กับเรานานๆ และมีความสามารถที่จะขยับสูงจาก 1-2-3 คือคนที่ทำงานแล้ว ถ้าเราปล่อยให้นักเขียนมีประสบการณ์ชีวิตมากๆ แล้วกลับมาเขียนงานให้เรา งานเขาจะดีขึ้นเรื่อยๆ นักเขียนจะไม่หมดทุน เขาจะให้สิ่งใหม่จากสังคมกลับไปเติมให้เขา”

 

สำหรับในแนวทางในการพิจารณางาน ศิริเพ็ญย้ำว่าเรื่องสำคัญคือ ต้องมีตรรกะ เช่น เรื่องข่มขืน เพราะว่าหากคนหนึ่งข่มขืนอีกคน โอกาสที่คนสองคนนั้นจะกลับมารักกันได้ภายหลัง คงเป็นไปไม่ได้ นักเขียนบางคนไม่เข้าใจถึงลักษณะของนิยายประเภทนี้อย่างแท้จริง เช่น การที่ตัวเอกเป็นผู้ชายกับผู้ชาย ก็ต้องมีมุมมองและวิธีคิดแบบผู้ชายทั้งคู่ ไม่ใช่มุมมองแบบผู้หญิงที่อยู่ในร่างผู้ชาย ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงรสนิยมของกองบรรณาธิการและสิ่งที่ตลาดต้องการนั้นมีความสมดุลกันมากน้อยเพียงใด อย่างน้อยๆ ก็ควรจะขายได้ 500 เล่ม เพราะการลงทุนครั้งหนึ่งมีค่าใช้จ่ายมากมาย ส่วนความสามารถในการใช้ภาษานั้น บรรณาธิการสำนักพิมพ์นาบูมองว่าไอเดียเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อความสามารถในการนำพาเรื่องไปได้แล้ว การใช้วรรณศิลป์ที่ดีย่อมเป็นไปได้

 

“การเลือกงานที่จะผลิตนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าฟิน แต่ต้องดูด้วยว่าความฟินนั้นมีอะไรที่ไม่เหมาะสมหรือเปล่า เราไม่ได้พูดถึงความไม่เหมาะสมในเรื่องเพศอย่างเดียว แต่พูดถึงองค์รวมด้วย นักเขียนอาจจะเขียนเอาสนุก แต่บรรณาธิการจะต้องสามารถช่วยกลั่นกรองสิ่งที่ไม่เหมาะสม และแนะนำสิ่งที่ดีกว่า เพราะบรรณาธิการจะเป็นผู้ช่วยให้ผลงานที่ดีอยู่แล้ว ดียิ่งขึ้นไป” ศิริเพ็ญฝากถึงบรรณาธิการทุกคน

 

 

< Jun 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526
27
282930