ศิลปะการละครสู่วรรณกรรม ณ จุดสุดท้ายของวาระพิเศษที่เราได้รับมา
2017-05-31 06:17:20

 

 

                ศิลปะการละครกลายมาเป็นส่วนประกอบงานวรรณกรรม สร้างสรรค์ชิ้นงานมิติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ นวนิยายญี่ปุ่นเรื่อง 'ณ จุดสุดท้ายของวาระพิเศษที่เราได้รับมา' (Watashi tachi ni yurusareta tokubetsu na jikan no owari) ของ โทชิกิ โอกาดะ นักเขียนบท-ผู้กำกับละครเวทีชาวญี่ปุ่นจึงถูกหยิบยกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนผ่านวงเสวนาพิเศษ 'วรรณกรรมและศิลปะการละคร' โดย เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ     

 

ณ จุดสุดท้ายของวาระพิเศษที่เราได้รับมา วรรณกรรมญี่ปุ่นที่ได้การวิจารณ์อย่างดีเยี่ยมจากนักเขียนรางวัลโนเบล เคนซาบุโร โอเอะ และได้รับรางวัล Oe Kenzaburo Prize ในปี 2551 โดยทางสำนักพิมพ์กำมะหยี่นำมาตีพิมพ์ฉบับภาษาไทย

              

             งานเสวนาพิเศษ 'วรรณกรรมและศิลปะการละคร' นำโดย โทชิกิ โอกาดะ นักเขียนบท-ผู้กำกับละครเวทีชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และ อุทิศ เหมะมูล นักเขียนชาวไทยเจ้าของรางวัลซีไรต์ ร่วมด้วย อรรถ บุนนาค และ โช ฟุกุโทมิ เป็นล่ามรับเชิญ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการสรรค์ผลงานความคาบเกี่ยวของศิลปะการละครและงานวรรณกรรม

               

             ‘ณ จุดสุดท้ายของวาระพิเศษที่เราได้รับมา ประกอบด้วยนวนิยาย 2 เรื่อง กลิวิธีการนำเสนอสะท้อนสังคมอย่างแยบคาย ผ่านมุมมองของผู้กำกับละครเวทีที่โดดเข้ามาทดลองงานด้านวรรณกรรม เป็นผลงานที่สร้างมิติในการอ่านมีความแปลกใหม่อย่างน่าดึงดูด

             

             โทชิกิ เล่าว่า เรื่องแรก '5 วันในเดือนมีนาคม' เรื่องราวของหนุ่มสาวแปลกหน้าที่จูงมือกันเข้าเลิฟโฮเต็ล และตัดสินใจปิดตัวอยู่ในนั้นเป็นระยะเวลา 5 วัน ขณะที่โลกภายนอกกำลังเกิดสงครามอิรัก ในปี 2546 เปรียบเสมือนการบันทึกช่วงเวลาพิเศษที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขียนเรื่องนี้ เป็นจินตนาการผสานเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นสะท้อนความเป็นมนุษย์ในอีกรูปแบบหนึ่ง

               

            เรื่องถัดมา 'หลากที่ที่ฉันอยู่' เป็นเรื่องที่ไม่มีเบื้องลึกเบื้องหลังชัดเหมือนเรื่องแรก เป็นความร่วมสมัยว่าด้วยความล่มสลายของระบบการจ้างงานตลอดชีพ เปลี่ยนเป็นการจ้างงานชั่วคราว ทำให้ผู้เป็นแรงงานเกิดความไม่มั่นคง เป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงของสังคมญี่ปุ่นในเวลานั้นสู่นิยาย ซึ่งเป็นประสบการณ์ของตนในช่วงที่ใช้ชีวิตการทำงานแบบสัญญาจ้าง บอกถึงสภาวะร่างกายและสภาวะจิตใจของตัวเองตอนเป็นสัญญาจ้าง จุดที่อยู่ในห้วงของความอ่อนล้าของสภาวะจิตใจและร่างกายในช่วงเวลานั้น

            

             วิธีคิดสู่การสร้างงานเขียนของผู้กำกับชาวญี่ปุ่นผู้นี้ เป็นการหยิบประสบการณ์ที่พบเจอมาสะท้อนผ่านวรรณกรรม ความน่าสนใจอยู่ที่การนำเสนอที่แตกต่างซึ่งเป็นอิทธิพลมาจากการทำงานศิลปะการละคร อุทิศ กล่าวถึงจุดเด่นในผลงานเขียนของ โทชิกิ ว่าคือของเรื่องบทบรรยายที่เคลื่อนย้ายมุมมองเปล่งเสียงเล่าส่งทอดเคลื่อนไปเรื่อยๆ 

               

             โทชิกิ กล่าวถึงเสน่ห์คาบเกี่ยวของศิลปะการละครและวรรณกรรมสู่นวนิยายรางวัล Oe Kenzaburo Prize เพราะว่าสิ่งที่ทำในละครเวทีไม่ได้นำมาสะท้อนในนวนิยาย คำพูดในละครเวทีกำหนดด้วยนักแสดง นวนิยายไม่มีข้อผูกมัดเป็นอิสระ เป็นเสน่ห์มากในมุมของคนทำละครเวที การเขียนมีอิสระไม่มีพันธนาการ”

               

             ทั้งนี้ ก่อนที่จะเข้ามาโลดแล่นในงานวรรณกรรม โทชิกิ สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในฐานะนักเขียนบทและผู้กำกับละครเวทีทั้งในระดับนานาชาติ รวมทั้ง เป็นผู้ก่อตั้งและกำกับคณะละครเวทีของตนชื่อว่า Chelfitsch (เชลฟิตช์) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2533 ซึ่งละครเวทีเรื่อง Five Days in March ได้รับรางวัลและเคยมาจัดแสดง ณ โรงละครภัทราวดี กรุงเทพฯ ในปี 2553

             

             โทชิกิ กล่าวว่า นวนิยายสร้างจากคนๆ เดียว ส่วนละครเวทีอาศัยความร่วมมือจากคนหลายคน เช่น โหมดการสร้างงานเวที กลับกันกับการเขียนต้องอยู่ตัวคนเดียวถึงจะสร้างงานเขียนเหล่านั้นได้ นวนิยายเขียนคนเดียวนั่นเป็นส่วนแตกต่าง และถือว่านักเขียนมีบทบาทเป็นนักแสดงอยู่ในการเขียนด้วย ส่วนสิ่งที่คล้ายกันคือ การดูการซ้อมใหญ่ของละครเวทีกับการอ่านผลงานทั้งหมดที่เขียนเสร็จแล้วให้ความรู้แบบเดียวกัน

 

 

< Aug 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
  12345
6789101112
13141516171819
20
212223242526
2728293031