5 ทศวรรษย่างก้าวอันแข็งแรง

จากวันเริ่มต้นที่มีเพียงนักการศึกษากลุ่มเล็กๆ มาพูดคุยหารือฉันท์มิตร ทั้งในเรื่องการศึกษา การอ่าน งานการพิมพ์ และเทคโนโลยีการพิมพ์ ก่อเกิดเป็นกลุ่มคนทำงานสืบเนื่องมาเป็นสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน องค์กรที่เป็นทั้งหน่วยงานสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการอ่านในประเทศ และขยายธุรกิจหนังสือสู่ระดับสากล

ระยะเวลากว่า 50 ปีหากเป็นมนุษย์ก็ล่วงเข้าวัยกลางคนที่ผ่านร้อนหนาว ประสบทั้งอุปสรรคและความสำเร็จ การดำเนินงานของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ก็ไม่ต่างกัน จากทศวรรษแรกของการก่อร่างสร้างตัว ซึ่งยังไม่ได้เป็นรูปแบบของสมาคมฯ อย่างสมบูรณ์ ผู้เป็นบุคคลสำคัญของการขับเคลื่อนงานของสมาคมฯ คือ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ซึ่งได้ริเริ่มชักชวนร้านหนังสือมาร่วมออกร้านบริเวณสังคีตศาลา โรงละครแห่งชาติ ซึ่งเป็นยุคที่แวดวงหนังสือของไทยยังไม่กว้างขวางนัก สำนักพิมพ์มีน้อย ช่องทางการจำหน่ายก็มีจำกัด

ในเวลาต่อมา อาจารย์ กำธร สถิรกุล ได้เป็นผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งเป็น "สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย" เมื่อ พ.ศ. 2508 และดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ เป็นคนแรก การบุกเบิกเพื่อก่อตั้งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ จึงต้องใช้เวลาถึง 6 ปี หลังจากผู้ก่อการกลุ่มเล็กๆ เริ่มปรึกษาหารือกันในครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีเหตุให้การจดทะเบียนครั้งนั้นเป็นโมฆะไป ต่อมา ม.ล. มานิจ ชุมสาย ซึ่งเป็นนายกสมาคมหลายสมัย ได้ยื่นจดทะเบียนอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2519

เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้ พ.ศ. 2515 เป็นปีหนังสือระหว่างชาติ ทำให้หลายหน่วยงานจัดกิจกรรมด้านหนังสือและการอ่านทั้งประเทศ ในส่วนภาครัฐได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติมาดำเนินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติโดยเฉพาะ โดยมีสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก และมีสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ดูแลส่วนของการออกร้านหนังสือ ทำให้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมีต่อเนื่องมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน ค่อยๆ พัฒนาทั้งรูปแบบและเนื้อหา

ในช่วงทศวรรษที่ 3 และ 4 ของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ งานสัปดาห์แห่งชาติซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของสมาคมฯ ได้ขยับขยายเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพงานร่วมกันและย้ายสถานที่จัดไปที่เวทีลีลาศ สวนลุมพินี และบริเวณคุรุสภา ถนนหลานหลวง และในเวลาต่อมาสมาชิกร่วมออกร้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการติดเครื่องปรับอากาศในบริเวณงานเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2539 นอกจากนี้สมาคมฯ ยังมีงานด้านวิชาการ พัฒนาบุคลากร ดูงานและไปร่วมออกร้านหนังสือต่างประเทศทุกปี ที่ให้ความสำคัญมาก คือ แฟรงค์เฟิร์ตบุ๊กแฟร์ ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นงานหนังสือระดับโลก

โดยช่วงเวลานี้นับเป็น 2 ทศวรรษแห่งการสร้างความเข้มแข็งภายในสมาคมฯ และการดำเนินงานภายในประเทศ ก่อนล่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 ซึ่งได้ขยายงานสู่ระดับสากลค่อนข้างมาก เกิดเป็นงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ และงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนเพิ่มเติม โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เป็นผู้ดำเนินการอย่างเต็มตัว

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะบอกเล่าเรื่องราวของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ในเวลาและพื้นที่อันจำกัด ที่สำคัญคือการไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ สิ่งใดที่ทำกันมาอยู่แล้วก็พยายามทำให้ดียิ่งๆ ขึ้น แต่ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดล้วนต้องอาศัยทรัพยากรทั้งภายนอกภายใน รวมถึงการบริหารจัดการอย่างมีศาสตร์และศิลป์ของคณะกรรมการสมาคมฯ ในแต่ละสมัย ความร่วมแรงร่วมใจของเพื่อนสมาชิกเพื่อนร่วมวิชาชีพ พันธมิตร/หน่วยงานต่างๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและพัฒนาให้วงการหนังสือในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งดังเช่นในปัจจุบัน

ภารกิจหนึ่งที่ยืนยันความมุ่งมั่นและความสำเร็จของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้เป็นอย่างดี คือ การผลักดันการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านพ้นรัฐบาลมาหลายสมัย กระทั่งปรากฏจริงๆ ในรัฐบาลปัจจุบันซึ่งประกาศให้ พ.ศ. 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน ทำให้มีนโยบายและแผนงานขององค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมารองรับต่อนโยบายนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมการอ่านย่อมไม่สามารถก่อเกิดได้จริงจากปัจจัยเพียงเท่านี้ หรือแต่เพียงการทำงานของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เพียงลำพัง ยังต้องอาศัยนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงานที่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ เช่น การสร้างระบบห้องสมุดที่มีประสิทธิภาพ กลไกที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงหนังสือได้ การสนับสนุนสำนักพิมพ์รายเล็ก สร้างพื้นที่ให้หนังสือดีที่ไม่ทำกำไรให้ได้ปรากฏสู่สาธารณะ เป็นต้น และไม่อาจยกให้เป็นภาระขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ควรเป็นภารกิจความร่วมมือจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และต้องก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ไม่หยุดนิ่ง

                                                                                                          คณะกรรมการจัดทำหนังสือ

                                                                                                                  มีนาคม 2553 

หมายเหตุ หากสนใจขอรับหนังสือ 50 ปี สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ กรุณาส่งอีเมลแจ้งความประสงค์มาได้ที่ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it